ทำไมคาเคาบริสุทธิ์ถึงดีต่อสุขภาพมากกว่า และประโยชน์ของคาเคาบัตเตอร์ที่คุณต้องรู้

ถ้าพูดถึง คาเคา หลายคนอาจคิดว่ามันก็เหมือน ๆ กันหมด — ผงสีน้ำตาลเข้ม ชงกับน้ำร้อนแล้วดื่ม แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่อยู่ในแก้วของเราต่างกันได้มากเลยค่ะ และความต่างนั้นไม่ได้เริ่มที่รสชาติ แต่เริ่มตั้งแต่ กระบวนการ ที่เมล็ดคาเคาเดินทางผ่านมาก่อนจะถึงมือเรา

วันนี้เราอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องเล็ก ๆ ที่สำคัญมาก — ความต่างระหว่าง คาเคาบริสุทธิ์เต็มเมล็ด กับ คาเคาที่ถูกสกัดเป็นผง และทำไม คาเคาบัตเตอร์ซึ่งเป็นส่วนที่มักถูกแยกออกไป ที่เราไม่อยากให้คุณมองข้าม 🤍

ความต่างเริ่มต้นที่ ‘กระบวนการ’ ไม่ใช่ที่เมล็ด

เมล็ดคาเคาหนึ่งเมล็ดประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ ๆ คือ เนื้อเมล็ด (ราว 50%) และ คาเคาบัตเตอร์ ซึ่งเป็นไขมันดีตามธรรมชาติ (อีกราว 50-54%) ความต่างของผลิตภัณฑ์คาเคาที่เราเจอในตลาด จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า เป็นคาเคาหรือเปล่า แต่อยู่ที่ว่า ระหว่างทางมีการสกัดอะไรออก

คาเคาในรูปแบบผงสกัดส่วนใหญ่ จะถูกแยกคาเคาบัตเตอร์ออกไป (มักนำไปขายให้อุตสาหกรรมความงาม) แล้วบดส่วนที่เหลือให้เป็นผงละเอียด ซึ่งหลายรูปแบบจะผ่านการแปรรูปที่ค่อนข้างหนัก

ปัญหาคือ — สารอาหารที่มีค่าที่สุดในคาเคาหลายตัวนั้น เปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระและ flavanols ที่สลายได้ง่ายเมื่อเจอการแปรรูปที่รุนแรง พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งกระบวนการหนักเท่าไหร่ ของดีก็ยิ่งเหลือน้อยลงเท่านั้น

การคงเมล็ดไว้ทั้งเมล็ดและใช้กระบวนการที่อ่อนโยน จึงมีแนวโน้มที่จะรักษาคุณค่าเหล่านี้ไว้ได้มากกว่าการสกัดเป็นผง

เกร็ดน่ารู้: หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) เคยรับรองว่า flavanols จากคาเคา มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้เป็นปกติ — ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการ "เก็บ flavanols ไว้ให้ได้มากที่สุด" ถึงสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต

คาเคาบัตเตอร์ — ครึ่งหนึ่งของเมล็ดที่มักถูกสกัดออก

ทีนี้มาถึงวัตถุดิบสำคัญที่เราเกริ่นไว้ค่ะ หลายคนอาจเข้าใจว่า ไขมัน ในคาเคาคือสิ่งที่ควรเอาออก แต่จริง ๆ แล้วคาเคาบัตเตอร์มีบทบาทสำคัญที่น่าสนใจมาก เราขอเล่าให้ฟังแบ่งเป็น 3 ข้อนะคะ

1. มันคือ ระบบขนส่ง ของสารอาหาร

ลองนึกภาพคาเคาบัตเตอร์เป็นเหมือนรถขนส่งของร่างกายค่ะ สารอาหารดี ๆ หลายตัวในคาเคา รวมถึงวิตามินที่ละลายในไขมัน (เช่น วิตามิน E และ K) ต้องอาศัยไขมันเป็นตัวพาเข้าสู่ร่างกาย เมื่อเราคงคาเคาบัตเตอร์ไว้ครบ ร่างกายจึงดูดซึมของดีเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น — การเอาไขมันออกหมด ก็เหมือนมีของดีอยู่ แต่ขาดรถที่จะพาไปถึงปลายทาง

2. กรดสเตียริก — ไขมันอิ่มตัวที่ไม่เหมือนใคร

ไขมันส่วนใหญ่ในคาเคาบัตเตอร์คือ กรดสเตียริก ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัวที่พิเศษตรงที่ร่างกายเปลี่ยนส่วนใหญ่ของมันไปเป็น กรดโอเลอิก — ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวชนิดเดียวกับที่พบในน้ำมันมะกอกและอะโวคาโด ด้วยเหตุนี้ งานวิจัยหลายชิ้นจึงชี้ว่ามันส่งผลต่อร่างกายต่างจากไขมันอิ่มตัวทั่วไป นี่จึงเป็นไขมันดีที่เรา ตั้งใจเก็บไว้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัดออก

3. รสสัมผัสที่ละมุน และพลังงานที่นุ่มนวล

นอกจากเรื่องสารอาหารแล้ว คาเคาบัตเตอร์ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้คาเคาบริสุทธิ์ดื่มแล้ว ละมุน กลมกล่อม ไม่ขมจัด และให้ความรู้สึกอยู่ท้อง สบาย ๆ พลังงานก็ค่อย ๆ ปล่อยออกมาอย่างนุ่มนวล ไม่พุ่งแล้วตกแบบที่หลายคนคุ้นเคยเวลาดื่มกาแฟ — เป็นความรื่นรมย์ที่มาพร้อมประโยชน์ในแก้วเดียวกัน

แต่อย่าลืมนะคะ — คาเคาเป็น อาหารที่ดี ไม่ใช่ของวิเศษ

ตรงนี้เราขอพูดตรง ๆ ค่ะ คาเคาบริสุทธิ์เป็นอาหารที่ดีและอ่อนโยน แต่ไม่ใช่ยา และไม่ใช่ของวิเศษที่กินแล้วแก้ได้ทุกอย่าง

การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือการทำสิ่งเล็ก ๆ ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ — ดื่มคาเคาในปริมาณที่พอดี (ราววันละ 10–30 กรัม) กินอาหารให้หลากหลาย ดื่มน้ำให้พอ พักผ่อนให้เพียงพอ และขยับร่างกายบ้าง คาเคาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ดี ไม่ใช่ทั้งหมด

เราเชื่อเสมอว่า การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา และความสม่ำเสมอที่ทำได้จริงในทุกๆ วัน มีค่ามากกว่าความสมบูรณ์แบบที่ทำให้เราเหนื่อยจนเลิกไปกลางทางค่ะ

ที่ Mill Mill เราเลือกเก็บ ของดี ไว้ให้ครบ

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ Mill Mill จึงเลือกทำคาเคาในแบบที่ตั้งใจที่สุด — เราคงคุณค่าของเมล็ดคาเคาไว้ทั้งเมล็ด ไม่สกัดเป็นผง และเก็บคาเคาบัตเตอร์ไว้ครบ 100%

เราใช้ เวลา เป็นวัตถุดิบสำคัญที่สุด ทั้งการโม่นานหลายวันเพื่อค่อย ๆ ไล่ความทานยากและกลิ่นหมัก รวบถึงการ aeration ด้วยลม และการบ่ม (aging) เพื่อให้รสชาติละมุนกลมกล่อม และเมล็ดทุกเมล็ดเราคัดด้วยมือและจะเลือกเมล็ดที่เป็น export quality เท่านั้นนะคะ ซึ่งผู้ดูแลคุณภาพของเราไม่ใช่ใครอื่นท่านคืออาจารย์ปฐม มีแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านคาเคาที่เราไว้วางใจ

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราอยากส่งต่อไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นการได้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักอย่างอ่อนโยนในทุก ๆ วัน

เรามาเติมสิ่งดี ๆ ให้ร่างกายวันละนิด อย่างสม่ำเสมอกันนะคะ 💛

Previous
Previous

7 สิ่งที่ผสมกับคาเคาบริสุทธิ์แล้วมีประโยชน์ แถมยังช่วยเพิ่มการดูดซึม มีอะไรบ้าง? เรามาหาคำตอบกันนะคะ

Next
Next

คาเคาบริสุทธิ์เหมาะกับใคร และใครบ้างที่ควรดื่มอย่างระมัดระวัง