รู้หรือไม่? สารอาหารสูงอย่างเดียวไม่พอ — ดื่มคาเคาอย่างไรให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มที่

เวลาเราเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ เรามักดูที่ว่า มีสารอาหารอะไรสูงบ้าง แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกครึ่งหนึ่งของเรื่องนี้ที่หลายคนมองข้าม — นั่นคือ ร่างกายดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นเข้าไปใช้ได้จริงแค่ไหน ค่ะ

เพราะต่อให้อาหารมีสารอาหารสูงแค่ไหน ถ้าร่างกายดูดซึมไปใช้ไม่ได้ ประโยชน์ก็หายไปกับตา คาเคาบริสุทธิ์เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้ วันนี้เราเลยอยากชวนมาดูกันว่า ดื่มคาเคาอย่างไรให้ร่างกายได้รับประโยชน์เต็มที่ที่สุด 🤍


คาเคาบัตเตอร์ — ระบบขนส่ง สารอาหารตามธรรมชาติ

เริ่มจากจุดที่สำคัญที่สุดก่อนนะคะ สารอาหารหลายตัวที่มีค่าในคาเคา รวมถึงวิตามินที่ละลายในไขมัน (เช่น วิตามิน E และ K) และสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล จะถูกดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อมี ไขมันดี เป็นเหมือนพาหนะ

และนี่คือเหตุผลที่ คาเคาบัตเตอร์สำคัญมากๆเลยนะคะ — ไขมันดีตามธรรมชาติในเมล็ดคาเคาทำหน้าที่เหมือนรถขนส่ง ช่วยให้ร่างกายลำเลียงสารอาหารเหล่านี้เข้าไปใช้ได้ง่ายขึ้น งานวิจัยชี้ว่าไขมันในคาเคามีส่วนช่วยเพิ่มการดูดซึมของสารโพลีฟีนอลได้จริง

นี่จึงเป็นข้อได้เปรียบของคาเคาบริสุทธิ์ที่ คงคาเคาบัตเตอร์ไว้ครบ กว่ารูปแบบผงที่สกัดไขมันออก — เพราะคาเคาบัตเตอร์ที่มีอยู่ครบ ร่างกายเราจึงดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่านะคะ

ชงด้วยน้ำร้อนก่อนเสมอ

เคล็ดลับง่าย ๆ แต่สำคัญคือ — ชงคาเคาด้วยน้ำร้อนก่อนเสมอ (ชงด้วนน้ำร้อนไม่ได้หมายความว่าน้ำร้อนจะทำลายสารอาหารในคาเคาจนหมด)

ความร้อนตอนชงจะช่วยสกัดคาเคาบัตเตอร์ออกมา ทำให้ได้ทั้งกลิ่นหอมที่ละมุนและช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารดีๆ ได้ดีขึ้น ถ้าใครชอบดื่มเย็น ก็ให้ชงร้อนก่อนแล้วค่อยเทลงน้ำแข็งทีหลังนะคะ

เลี่ยงการชงกับนมวัว (ถ้าเน้นประโยชน์เต็มที่)

ข้อนี้หลายคนไม่รู้ค่ะ — โปรตีน เคซีน ในนมวัวสามารถจับกับสารฟลาโวนอยด์ในคาเคา ทำให้ร่างกายดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระได้น้อยลง นอกจากนี้แคลเซียมที่สูงในนมวัวยังอาจแข่งขันกับการดูดซึมแมกนีเซียมและธาตุเหล็กในคาเคาด้วย

ดังนั้นถ้าอยากได้ประโยชน์เต็มที่ แนะนำให้ชงคาเคากับ น้ำเปล่าหรือนมพืช (เช่น นมอัลมอนด์ พิสตาชิโอ) จะดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าใครชอบรสนมวัวมากกว่าก็ไม่ผิดนะคะ — เลือกแบบที่ทำให้เราดื่มได้อย่างมีความสุขและสม่ำเสมอก็สำคัญเหมือนกัน

ดื่มตอนไหนให้ดูดซึมดี

ช่วงเวลาก็มีผลต่อการดูดซึมเหมือนกันค่ะ

  • ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องกระเพาะ — ดื่มตอนเช้าขณะท้องว่างได้เลย ร่างกายดูดซึมคาเคาได้ดีในช่วงเช้า

  • ถ้ามีกระเพาะอ่อนไหว (เช่น โรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน) — แนะนำให้ดื่มพร้อมหรือหลังมื้ออาหาร และดื่มเป็นมื้อ ๆ มากกว่าจิบบ่อย ๆ ทั้งวัน เพื่อไม่ให้กระตุ้นกรดในกระเพาะซ้ำ ๆ

จับคู่ให้เค้านิดนึง

เพราะคาเคาบัตเตอร์ช่วยพาสารอาหารจากสมุนไพรเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น การเติมสมุนไพรดี ๆ ลงในคาเคาจึงเป็นไอเดียที่น่าสนใจ เช่น ใบมิ้นท์เพื่อความสดชื่นและช่วยย่อย หรือขมิ้น-ขิงในช่วงอากาศเปลี่ยน ปรับให้เข้ากับรสที่เราชอบได้เลยค่ะ

สรุปง่าย ๆ — ดื่มคาเคาให้คุ้มค่าที่สุด

ทบทวนสั้น ๆ นะคะ: เลือกคาเคาบริสุทธิ์ที่ คงคาเคาบัตเตอร์ไว้ครบ · ชงด้วย น้ำร้อนก่อนเสมอ · เลี่ยง นมวัว หากเน้นประโยชน์ · และดื่มในช่วงเวลาที่เหมาะกับร่างกายของเรา

แน่นอนว่าการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดยังคงมาจากการกินที่หลากหลายและสมดุลโดยรวมนะคะ แต่เมื่อเราเข้าใจเรื่องการดูดซึม เราก็จะได้ประโยชน์จากทุกแก้วอย่างคุ้มค่าที่สุด

ที่ Mill Mill เราตั้งใจคงคาเคาไว้ทั้งเมล็ด เก็บคาเคาบัตเตอร์ไว้ครบ 100% และไม่เติมแต่งสิ่งใด — เพราะเราอยากให้ทุกแก้วเต็มไปด้วยคุณค่าที่ร่างกายนำไปใช้ได้จริง

เติมสิ่งดี ๆ ให้ร่างกายวันละนิด อย่างสม่ำเสมอ และดูดซึมไปใช้ได้เต็มที่กันนะคะ 💛

Previous
Previous

คาเคาบริสุทธิ์เหมาะกับใคร และใครบ้างที่ควรดื่มอย่างระมัดระวัง

Next
Next

คาเคาไทยที่โบ๊ทอยากให้ทุกคนได้รู้จัก 🤍