ข้ามไปเนื้อหาหลัก กำลังโหลด
คาเคาบริสุทธิ์

คาเคาดื่มก่อนนอนได้ไหม? ดื่มตอนไหนดีที่สุด? และช่วยเราอย่างไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา

Mill Mill Pure Cacao 🤍
คาเคาดื่มก่อนนอนได้ไหม? ดื่มตอนไหนดีที่สุด? และช่วยเราอย่างไรบ้างในแต่ละช่วงเวลา

หลายคนอาจจะสงสัยว่า คาเคาบริสุทธิ์สามารถดื่มก่อนนอนได้หรือไม่ หรือดื่มตอนกลางวันจะทำให้ง่วงหรือเปล่า? บทความนี้เราจะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลยค่ะ ว่าคาเคาทำงานอย่างไรในร่างกายของเราในแต่ละช่วงเวลา และควรเลือกดื่มเมื่อไหร่จึงจะได้ประโยชน์สูงสุด


คาเคาดื่มก่อนนอนได้ไหม?

คาเคาบริสุทธิ์สามารถดื่มก่อนนอนได้ค่ะสำหรับบางท่าน แต่ความสำคัญคือไม่ควรดื่มช่วงใกล้เข้านอนจนเกินไป เพราะคาเคาจะไม่ได้มีการทำงานเหมือนยานอนหลับ แต่เป็นการปรับสมดุลของร่างกายด้วยสารที่ดีต่างๆในคาเคาที่ช่วยให้เรานอนหลับได้ดีในตอนกลางคืนโดย ไม่จำเป็นต้องดื่มก่อนเข้านอน เพื่อให้หลับดี เพราะคาเคาทำงานกับระบบประสาทอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะผ่านสารที่ชื่อว่า ‘ทริปโตเฟนทริปโตเฟนเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายใช้เป็นสารตั้งต้นของเซโรโทนิน ซึ่งเชื่อมโยงกับความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย

ดังนั้น แค่ดื่มในช่วงเช้าหรือบ่ายตอนท้องว่าง หรือหลังออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ก็ช่วยให้ระบบการนอนของเราปรับสมดุลได้อย่างเป็นธรรมชาติ


ดื่มตอนไหนดีที่สุด?

เวลาที่เหมาะที่สุดในการดื่มคาเคาบริสุทธิ์คือช่วงเช้า หรือช่วงบ่าย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการ:

  • เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นแต่ไม่กระตุ้นจนเกินไป

  • ผ่อนคลายจากความเครียดระหว่างวัน

  • ลดอาการ brain fog และฟื้นสมาธิระหว่างทำงาน

ช่วงเวลาแนะนำ:

  • 5:00 - 9:00 น. ช่วงตื่นนอน ตอนท้องว่าง กระตุ้นสมองอย่างอ่อนโยน

  • 14:00 - 16:00 น. ช่วงพักบ่าย ตอนท้องว่าง ลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ

  • หลังออกกำลังกาย ร่างกายจะอยู่ในช่วงที่ดูดซึมสารอาหารได้ดีและรวดเร็ว


ดื่มตอนกลางวันจะทำให้ง่วงหรือไม่?

หลายคนกลัวว่าดื่มคาเคาแล้วจะง่วงในช่วงทำงาน ซึ่งไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้เลยนะคะ เพราะคาเคาบริสุทธิ์มี Theobromine เป็นสารที่กระตุ้นเบาๆ แต่ไม่ทำให้ใจสั่นเหมือนคาเฟอีน และยังมีแมกนีเซียมกับทริปโตเฟนที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย แต่ไม่ง่วง

คาเคาจะไม่ทำให้เราง่วงระหว่างวัน แต่ช่วยให้เราสงบ สมองโล่ง และโฟกัสดีขึ้น


กลไกการทำงานของคาเคาในร่างกายแต่ละช่วงเวลา (โดยที่เราสามารถทานเพียงช่วงเช้าก็จะสามารถส่งผลถึงช่วงกลางคืนได้)

ช่วงเช้า

  • คาเคาช่วยกระตุ้นการหลั่งโดพามีน (Dopamine) และเซโรโทนิน (Serotonin) ทำให้รู้สึกสดใส มีแรงบันดาลใจ

  • Theobromine 

    ธีโอโบรมีนให้พลังงานที่นุ่มนวล ไม่ใจสั่นเหมือนคาเฟอีน ช่วยให้รู้สึกสดชื่น สมองปลอดโปร่ง

☀️ ช่วงบ่าย

  • ช่วยลดความเครียดสะสมระหว่างวัน โดยแมกนีเซียมในคาเคาจะลดการตึงเครียดของระบบประสาท

  • ทำให้โฟกัสดีขึ้นและลดการหลุดสมาธิจากความเหนื่อยล้า

🌙 ช่วงค่ำ

  • ทริปโตเฟนในคาเคาเป็นสารตั้งต้นของเซโรโทนิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้สึกผ่อนคลายตามจังหวะธรรมชาติของร่างกาย

  • ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้ดีขึ้นแม้ไม่ได้ดื่มใกล้เวลาเข้านอน

 

Tips: ชงด้วยน้ำร้อนก่อนเสมอ

เคล็ดลับง่าย ๆ แต่สำคัญคือ — ชงคาเคาด้วยน้ำร้อนก่อนเสมอ (ชงด้วยน้ำร้อนไม่ได้หมายความว่าน้ำร้อนจะทำลายสารอาหารในคาเคานะคะ)

ความร้อนตอนชงจะช่วยสกัดคาเคาบัตเตอร์ออกมา ทำให้ได้ทั้งกลิ่นหอมที่ละมุนและช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารดีๆ ได้ดีขึ้น ถ้าใครชอบดื่มเย็น ก็ให้ชงร้อนก่อนแล้วค่อยเทลงน้ำแข็งทีหลังนะคะ

รู้หรือไม่ว่า คาเคาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีความหลากหลายทางโภชนาการสูงที่สุดในโลก โดยมีสารประกอบและสารอาหารสำคัญรวมกันมากกว่า 300 ชนิด
โครงสร้างสารอาหารในคาเคานั้น ไม่ได้มีเพียงแค่สารที่ละลายในน้ำมันเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยวิตามินและไฟโตนิวเทรียนท์อีกหลายชนิดที่ละลายได้ดีในน้ำ ซึ่งร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีเยี่ยมโดยมีน้ำเป็นสื่อกลาง ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างครบถ้วน การชงคาเกาให้ละลายในน้ำร้อนก่อนดื่ม จึงเป็นวิธีการสกัดเอาคุณค่าทางโภชนาการออกมาให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

น้ำร้อนตอนชง = การ "สกัด" (Extraction) ไม่ใช่การทำลายสารอาหาร

หลายคนอาจกังวลว่าความร้อนจะไปทำลายประโยชน์ของคาเคา แต่ในความเป็นจริงแล้ว การชงด้วยน้ำร้อนคือการ 'ดึง' สารสำคัญออกจากเนื้อคาเคาให้คลายตัวและแขวนลอยในน้ำ ซึ่งน้ำร้อนทำหน้าที่เป็นตัวทำการแขวนลอยที่ยอดเยี่ยม ทำให้เรารับสารอาหารได้ดีกว่าการทานแบบอัดแท่ง (Chocolate Bar)

เพราะกลไกของความร้อนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการละลาย (Solubility) และทำให้น้ำซึมลึกเข้าสู่เนื้อคาเคา particle ได้ดีกว่าน้ำเย็นที่มักจะสกัดสารบางตัวออกมาได้น้อยลง

สำหรับสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenols) ปริมาณสารจะถูกสกัดออกมาได้สูงสุดที่ช่วงอุณหภูมิ 60–80°C ดังนั้น การใช้น้ำร้อนชงคาเคาที่อุณหภูมิราว 85–95°C แล้วปล่อยทิ้งไว้เพียงไม่กี่นาที จึงอยู่ในโซนที่ช่วย 'ดึงประโยชน์ออกมา' ได้มากกว่าการทำลายอย่างแน่นอน

ที่น่าสนใจคือ มีข้อมูลระบุว่าการใช้น้ำร้อนภายใต้แรงดัน (Pressurized Hot Water) ที่อุณหภูมิ 90°C ในการสกัดคาเคา สามารถเพิ่มปริมาณสารทีโอโบรมีน (Theobromine) ได้สูงขึ้นถึง 156% เมื่อเทียบกับวิธีการชงแบบอื่นๆ เลยทีเดียว

คาเคาบริสุทธิ์ไม่เพียงแต่ดื่มได้ทุกช่วงเวลา แต่ยังช่วยดูแลสมดุลของร่างกายได้ตลอดทั้งวัน หากต้องการให้นอนหลับดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องดื่มก่อนนอนเสมอไป แต่ควรดื่มในช่วงเช้าหรือบ่ายเป็นประจำ เพื่อให้ระบบประสาท ฮอร์โมน และวงจรการนอนกลับมาเป็นธรรมชาติอีกครั้ง

คาเคาคือเครื่องดื่มธรรมชาติที่เข้าใจจังหวะของร่างกายเรา และช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัยในทุกๆวันเลยค่ะ

เติมสิ่งดี ๆ ให้ร่างกายวันละนิด อย่างสม่ำเสมอ และดูดซึมไปใช้ได้เต็มที่กันนะคะ 💛

 


แหล่งอ้างอิง

  • Rao, N. Z. et al. (2020). Physiochemical Characteristics of Hot and Cold Brew Coffee Chemistry: The Effects of Roast Level and Brewing Temperature on Compound Extraction. Foods.
  • Antony, A. et al. (2022). Effect of Temperatures on Polyphenols during Extraction. Applied Sciences.
  • Pagliari, S. et al. (2022). Extraction of methylxanthines by pressurized hot water extraction from cocoa shell by-product as natural source of functional ingredient. LWT.
  • Boonchalaem, T. et al. (2026). Development and Validation of a Rapid High-Performance Liquid Chromatography Method for Simultaneous Determination of Methylxanthines and Flavanols in Cocoa Husk Tea. Molecules.
  • Di Pede, G. et al. (2022). Revisiting the bioavailability of flavan-3-ols in humans: A systematic review and comprehensive data analysis. Molecular Aspects of Medicine.
  • Gómez-Juaristi, M. et al. (2019). Flavanol Bioavailability in Two Cocoa Products with Different Phenolic Content. A Comparative Study in Humans. Nutrients. 
  • Baba, S. et al. (2000). Bioavailability of (-)-epicatechin upon intake of chocolate and cocoa in human volunteers. Free Radical Research.
  • Neilson, A. et al. (2009). Influence of chocolate matrix composition on cocoa flavan-3-ol bioaccessibility in vitro and bioavailability in humans. Journal of Agricultural and Food Chemistry.
  • Ottaviani, J. I. et al. (2023). Flavan-3-ol-methylxanthine interactions: Modulation of flavan-3-ol bioavailability in volunteers with a functional colon and an ileostomy. Free Radical Biology & Medicine.
  • Ellinger, S. et al. (2020). Low Plasma Appearance of (+)-Catechin and (−)-Catechin Compared with Epicatechin after Consumption of Beverages Prepared from Nonalkalized or Alkalized Cocoa—A Randomized, Double-Blind Trial. Nutrients. 

    หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และงานวิจัยบางเรื่องยังมีผลที่ไม่สอดคล้องกัน
รถเข็นของคุณ
ตะกร้าสินค้าของคุณว่างเปล่า
มีบัญชีอยู่แล้วใช่ไหม? เข้าสู่ระบบ เพื่อทำการชำระเงินได้เร็วขึ้น
เลือกซื้อสินค้าต่อ เลือกซื้อสินค้าต่อ
ยอดรวมในรถเข็น 0.00 THB
รูปภาพสินค้า ข้อมูลผลิตภัณฑ์ จำนวน ยอดรวมสินค้า
แชทกับ Mill Mill ทาง LINE